เศรษฐกิจพอเพียงกับการหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน

เศรษฐกิจพอเพียงกับการหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน

เศรษฐกิจพอเพียงกับการหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน

เศรษฐกิจพอเพียงกับการหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน กับวิธีการออกแบบชีวิตที่เรียบง่ายและยั่งยืนตามรอยรัชกาลที่ 9 เป็นหลักการในการดำเนินชีวิตแบบยั่งยืนและมีเหตุผลค่ะ ที่หยิบยกเรื่องราวตรงนี้มาถ่ายทอดเป็นให้ทุกคนได้อ่านกัน ก็เพราะน่าจะช่วยเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตของใครหลาย ๆ คนได้ค่ะ ซึ่งหัวใจของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ คือ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ซึ่งประกอบไปด้วย

 

ห่วงแรก คือ พอประมาณ

พอประมาณรู้จักเลือกใช้แบบพอประมาณ คำนึงถึงความคุ้มค่ามากกว่าเพียงคำว่าแฟชั่น เพราะแฟชั่นแถวหน้าจะนำมาสู่ขยะของโลกได้ ยกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าถือเป็นปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อชีวิต แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแฟชั่นต่าง ๆ หมุนไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเรามัวแต่ตามแฟชั่น โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงการใช้งาน นำมาสู่ความสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และเราก็อาจก่อไมโครพลาสติกได้อย่างไม่รู้ตัว เช่น เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยพลาสติก

 

ที่เมื่อผ่านการซักล้างเส้นใยเหล่านี้ ก็จะหลุดจากเสื้อผ้าของเรา เกิดเป็นไมโครพลาสติกไหลไปตามแหล่งน้ำและออกสู่ท้องทะเลในที่สุด แต่ถ้าวันนี้คุณคิดจะเปลี่ยนแปลงแล้วรู้จักประมาณตนเอง ใช้ชีวิตแบบพอประมาณ เลือกซื้อเสื้อผ้าที่ราคาสูงหน่อยแต่ใช้ได้นาน อย่างผ้าฝ้าย ผ้าไหมไทยมองความคุ้มค่าที่มากกว่าคำว่าแฟชั่นแล้วรู้จัก Mix  & Match ในแบบของตัวเราก็จะเป็นความสวยงามที่พอดีกับตัวเราและเป็นความพอเพียงที่ลงตัวที่สุด

 

พอประมาณ

พอประมาณ

 

ห่วงที่สอง มีเหตุมีผล

การมีเหตุมีผล รู้จักมองสิ่งรอบตัวที่มีแล้วเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น หากคุณมีกระเป๋าที่คุณใช้กันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แล้วคุณกำลังมองหากระเป๋าใหม่ แน่นอนแล้วแหละว่าคุณกำลังใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไม่คุ้มค่า

อยากให้คุณลองตั้งเหตุและผลที่แท้จริงออกมาว่า การที่คุณต้องการกระเป๋าใบใหม่จริง ๆ แล้วอยากได้เพราะอะไรกันแน่ จำเป็นต้องใช้จริง ๆ หรือเพราะแรงกระตุ้นจากสังคมกันแน่ เมื่อซื้อมาแล้วเป็นประโยชน์ต่อเราจริง ๆ หรือ ตั้งสติ คิดให้ดี และไตร่ตรองออกมา และถ้าไตรตรองดูแล้วไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเราอย่างแท้จริง ก็ไม่ควรก่อหนี้ขึ้นมาเด็ดขาด เพราะท้ายที่สุดแล้วตัวเราเองนี่แหละที่จะเดือดร้อน

 

มีเหตุผล
มีเหตุผล

ห่วงที่สาม การสร้างภูมิคุ้มกัน

การสร้างภูมิคุ้มกัน คือการรู้จักการวางแผนทางการเงินสำหรับตัวเราเอง เพราะเงินคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในชีวิต ถ้าหากเราเลือกใช้เงินไปกับสิ่งที่ไม่จำแล้วไม่รู้จักการอดออม ใช้แต่เงินอนาคต นอกจากไม่ปังแล้วยังจะพัง ดับอนาถอีกด้วย ฉะนั้นเราควรวางแผนการเงินโดยแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ดังนี้

  • ส่วนแรก เงินออม 30%
  • ส่วนสอง รายจ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน 45 %
  • ส่วนสาม ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 25 %

 

มีเหตุผล
มีภูมิคุ้มกัน

 

การมีวินัยในการใช้เงินคือสิ่งสำคัญที่สุด หากเราทำงานเหนื่อยแล้วขอใช้เงินให้หายเหนื่อยหน่อยเถอะนะ จะให้เข้มงวดเรื่องการใช้เงินอีกมันดูบังคับตัวเองมากเกินไป ชีวิตนี้ก็เครียดมากพอแล้ว หากคิดแบบนี้พอถึงวันเงินเดือนออกเราก็จะจ่ายเงินจนหมด จนบางครั้งไม่คิดจะออมเงินเก็บไว้เลย ซึ่งแนวคิดแบบนี้ค่อนข้างอันตรายในระยะยาวเป็นอย่างมาก เพราะสามารถสร้างหนี้สินให้กับหลาย ๆ คนได้เลยทีเดียว

พอเราได้ 3 ห่วง ที่ต้องมีแล้ว ก็อย่าลืมอีก 2 เงื่อนไขที่ต้องมาปรับในชีวิตของเราด้วย

 

เงื่อนไขความรู้ คือ การนำความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาปรับใช้ในการทำงาน หรือหากใครที่ทำงานไม่ตรงกับสายงานที่เรียน ก็ให้ศึกษาหาความรู้ในสายอาชีพของคุณมาใช้ในการทำงาน และที่สำคัญคือต่อให้คุณทำงานมา 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี ก็ตาม อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว แต่จะต้องขวานขวายหาข้อมูลความรู้ต่าง ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อนำความรู้เหล่านี้มาพัฒนาตนเอง เพื่อให้มีศักยภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น

 

เงื่อนไขคุณธรรม คือ ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร มีตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่คุณจะต้องมีคือจรรยาบรรณ ความจริงใจ ความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงาน ไม่เอาเปรียบหรือคดโกง เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย และบริษัท และต้องยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม เพียงเท่านี้คุณก็จะมีความเจริญในการทำงานแล้วค่ะ

 

Leave Your Comments