บทความรู้

ถุงพลาสติก ถุงกระดาษ ถุงผ้า  ถุงไหนทำลายโลกน้อยที่สุด?

1111.jpg

คุณอาจไม่เชื่อ ถ้าจะบอกว่าถุงพลาสติกนั้นทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าถุงกระดาษและถุงผ้า! 

 

               ที่ผ่านมาเป็นที่คุ้นเคยกันดีว่า ถุงพลาสติกมีชื่อเสียงในแง่ลบเยอะมาก โดยเฉพาะภาพภูเขาขยะพลาสติกที่ลอยกลางทะเล หรือที่มันเป็นตัวการทำให้สัตว์ทะเลที่กินมันเข้าไปต้องจบชีวิตลง คนส่วนใหญ่จึงมองพลาสติกว่าเป็นผู้ร้ายของโลกนี้

 

               ทว่า จากการศึกษาของ Environment Agency ในสหราชอาณาจักร ปี 2011 ได้พบข้อมูลอีกมุมหนึ่งว่า จริงๆ ถุงพลาสติกก็เป็นตัวเลือกที่ดี และอาจจะดีกว่าวัสดุอื่นๆ ในบางมุม เพราะถ้าเทียบกันในแง่ของการทิ้งร่องรอยคาร์บอนไดออกไซด์(Carbon Footprint) แล้ว ถุงพลาสติกใบหนึ่งปล่อยของเสียน้อยกว่าวัสดุที่คนนิยมใช้ทดแทน อย่างถุงกระดาษ และถุงผ้าคอตตอนเสียอีก

 

               ทีนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วเขาวัดจากอะไร? ในการวัดว่าถุงแบบไหนส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมนั้นดูจาก 2 ส่วนคือ 1เราสามารถใช้ซ้ำได้ไหม และ ถ้าได้ 2. เราต้องใช้ซ้ำกี่ครั้งถึงจะคุ้ม จากงานศึกษาดังกล่าวพบว่า ถุงกระดาษที่ใช้กันตามซุปเปอร์มาร์เก็ตจะคุ้มกับสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายไป ถ้าใช้มันซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้ง ส่วนถุงผ้าจะต้องใช้ซ้ำมากถึง 131 ครั้ง 

 

               เหตุผลที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะเมื่อเทียบกันแล้ว กระบวนการผลิตกระดาษต้องใช้น้ำมากกว่าถุงพลาสติกถึง 4 เท่า และยังมีก๊าซที่ถูกปล่อยออกมา รวมทั้งสารเคมีที่ใช้ในการปลูกต้นไม้อีกด้วย ส่วนผ้านั้นก็อย่างที่ทราบกันว่า มันต้องพึ่งการปลูกฝ้ายที่ต้องอาศัยน้ำค่อนข้างมาก 

 

               แต่ข้อดีของกระดาษ คือมันถูกนำมารีไซเคิลและกำจัดได้ง่ายกว่าพลาสติก ส่วนถุงผ้าแข็งแรงทนทานที่จะนำกลับมาใช้ซ้ำได้ดีกว่า ส่วนพลาสติกนั้นแม้มันจะปล่อยร่องรอยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาน้อยก็จริง แต่พลาสติกมักเป็นขยะที่หลุดลอยจากการกำจัดขยะและกระบวนการรีไซเคิลเยอะที่สุด มันเลยกลายเป็นขยะที่สร้างปัญหาให้โลกอย่างเด่นชัด

 

               อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ข้อมูลที่จะบอกว่า เราควรหันมาใช้พลาสติกกันมากขึ้น แต่เป็นข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นวัสดุใดก็ตามล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือการใช้ทุกอย่างอย่างมีค่า ยิ่งใช้ซ้ำยิ่งช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการทิ้งขยะอย่างถูกต้อง ดังนั้น ทุกอย่างจะสูญเสียมากหรือน้อยอยู่ที่คนใช้เป็นสำคัญ

 

ผู้เขียน :