หลอดพลาสติก ปัญหาพลาสติกไซส์จิ๋วที่ไม่เหมาะรีไซเคิล

หลอดพลาสติก ปัญหาพลาสติกไซส์จิ๋วที่ไม่เหมาะรีไซเคิล

หลอดพลาสติก: ปีนี้ทั้งปีอาจพูดได้ว่า กระแสการลดใช้พลาสติกนั้นกำลังมาแรงในบ้านเรามาก จนหลายต่อหลายคนพากันเซย์โนไม่ขอรับถุงพลาสติกจากร้านค้า หรือเริ่มจริงจังกับการแยกขยะมากขึ้น โดยเฉพาะการแยกขยะพลาสติกที่รีไซเคิลได้ แต่ทว่ามันก็มีพลาสติกอยู่อย่างหนึ่งที่ดูจะมีปัญหาเป็นพิเศษ เพราะต่อให้แยกขยะก็แล้ว แต่มันก็เล็กเกินไปที่จะถูกนำไปรีไซเคิล

โดยพลาสติกที่ว่านี้ก็คือ หลอดพลาสติก นั่นเอง อันที่จริงไม่ใช่ว่าหลอดนั้นรีไซเคิลไม่ได้ แต่ปัญหาคือ เครื่องรีไซเคิลส่วนใหญ่ไม่รองรับพลาสติกที่มีขนาดเล็กอย่างหลอด หรือกระทั่ง การจะรีไซเคิลหลอดก็ตามเอง มีต้นทุนที่สูงและสร้างการเผาผลาญยิ่งกว่าตัวมันเองเสียอีก นั่นเลยทำให้หลอดพลาสติกเป็นขยะเจ้าปัญหา ที่การแยกขยะก็ไม่ช่วยอะไร นอกจากรอกำจัดอย่างเดียว

ดังนั้น ในต่างประเทศหลายๆ ที่ เช่น แคลิฟอร์เนีย อังกฤษ แคนาดา จึงหันมาจริงจังกับการแบนการใช้หลอดพลาสติก เพราะในเมื่อหลอดพลาสติกเป็นขยะที่จัดการลำบาก การห้ามใช้หรือแบนจึงดูจะเป็นทางออกที่ดูดีที่สุด โดยกระแสการแบนหลอดยังส่งผลให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่ เช่น Starbucks ที่ออกมาประกาศว่าภายใน 2 ปีข้างหน้า บริษัทจะใช้หลอดที่สามารถย่อยสลายได้ เช่น หลอดกระดาษ และพยายามลดการใช้หลอดอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ในบ้านเราก็มีนักรณรงค์บางกลุ่มที่หันมารณรงค์เรื่องหลอดพลาสติกด้วยเช่นกัน อย่างกลุ่ม “Pattani Landlord” (ปัตตานี แลนด์หลอด) ที่ออกมารณรงค์ให้คนเกิดความเข้าใจใหม่ว่า หลอดพลาสติกไม่เหมาะกับการรีไซเคิล ดังนั้นทางออกหนึ่งที่กลุ่มปัตตานีแลนด์หลอดพยายามทำ คือ เมื่อไม่รีไซเคิล ก็ต้องหาวิธีนำหลอดมาทำอะไรใหม่ที่ก่อให้เกิดประโยชน์และไม่กลายเป็นขยะต่อ ทางกลุ่มก็เลยนำหลอดพลาสติกที่ใช้แล้วมาล้างแล้วนำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใช้ไส้ในของหมอนแทนนุ่น กลายเป็นหมอนจากหลอดพลาสติก ที่ดูน่าใช้และช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยทำควบคู่ไปกับการชวนให้คนลดการใช้หลอดพลาสติกที่ไม่จำเป็น

และสำหรับใครก็ตามที่รู้เรื่องนี้แล้ว แล้วไม่อยากสร้างขยะหลอดพลาสติก วิธีหนึ่งที่สามารถทำได้เลยคือ การลดการใช้หลอด หรือไม่ จะพกหลอดสแตนเลสแบบใช้ซ้ำก็เป็นทางออกได้เหมือนกัน หรือถ้าเป็นร้านค้าที่ยังจำเป็นต้องให้หลอดกับลูกค้า ก็มีทางเลือกอื่นๆ อีก เช่น หลอดกระดาษ หรือหลอดพลาสติกย่อยสลายได้ เป็นต้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
https://bit.ly/2PONx4f

Leave Your Comments